กลับไปยังบทความบล็อกทั้งหมด

ลำดับคำภาษาจีนสำหรับ HSK: เวลาและสถานที่ควรวางตรงไหน?

เวลาและสถานที่ควรวางตรงไหนในประโยคภาษาจีน?(图1)

การเรียงลำดับคำภาษาจีนจะเข้าใจง่ายขึ้นมากเมื่อจับหลักสำคัญได้ว่า ภาษาจีนมักบอก “บริบท” ก่อน แล้วจึงบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ในบทความนี้เราจะดูว่าคำบอกเวลาและสถานที่ควรวางตรงไหน ทำไม “จุดหมายปลายทาง” จึงใช้โครงสร้างต่างออกไป และจะเรียงคำอย่างไรให้ประโยคฟังเป็นธรรมชาติ

ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ นี้:

ฉันเรียนภาษาจีนที่ห้องสมุดทุกวันเสาร์

ในภาษาไทย เราสามารถวางสถานที่หรือเวลาไว้หลังคำกริยาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น “ฉันเรียนภาษาจีนที่ห้องสมุดทุกวันเสาร์” แต่ในภาษาจีน คำบอกเวลาและสถานที่มักมาก่อนกริยาหลัก:

我每个星期六在图书馆学中文。Wǒ měi gè xīngqīliù zài túshūguǎn xué Zhōngwén.ฉันเรียนภาษาจีนที่ห้องสมุดทุกวันเสาร์
ประธาน
每个星期六เวลา
在图书馆สถานที่
学中文กริยา/การกระทำ

นี่คือหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่มีประโยชน์มากที่สุดในการเรียงประโยคภาษาจีน:

ประธาน + เวลา + สถานที่ + กริยา + กรรม  โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ได้บ่อยในภาษาจีน

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกประโยคจะมีครบทั้งห้าส่วน และนี่ไม่ใช่สูตรตายตัว แต่เป็นโครงสร้างตั้งต้นที่ดีมากสำหรับการเรียงประโยค และช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเรียงคำตามแบบภาษาไทยโดยตรง

คำบอกเวลามักวางก่อนกริยา

คำบอกเวลา เช่น 今天 (วันนี้), 明天 (พรุ่งนี้), 下午 (ช่วงบ่าย) หรือ 每个星期六 (ทุกวันเสาร์) โดยทั่วไปจะวางก่อนคำกริยา

我明天上课。Wǒ míngtiān shàngkè.ฉันมีเรียนพรุ่งนี้

คำบอกเวลาสามารถวางไว้ต้นประโยค ก่อนประธานได้เช่นกัน:

明天我上课。Míngtiān wǒ shàngkè.พรุ่งนี้ฉันมีเรียน

ทั้งสองแบบถูกต้อง การวาง 明天 ไว้ต้นประโยคช่วยเน้นว่าเป็น “พรุ่งนี้” หรือใช้กำหนดบริบทของประโยคตั้งแต่ต้น

จุดที่ผู้เรียนชาวไทยควรระวังคือ อย่านำรูปแบบภาษาไทยมาใช้ตรง ๆ แล้ววางคำบอกเวลาประเภทนี้ไว้ท้ายประโยคภาษาจีน:

หลีกเลี่ยง✗ 我上课明天。
ลำดับที่เป็นธรรมชาติ ✓ 我明天上课。
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไร?

โดยทั่วไป ให้วางข้อมูลเรื่องเวลาก่อนคำกริยา

ข้อควรจำ: หลักนี้พูดถึง “เวลาเกิดเหตุการณ์” ส่วนคำบอกระยะเวลา เช่น “เป็นเวลาสองชั่วโมง” หรือ “เป็นเวลาสามปี” จะใช้โครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

ถ้าบอกว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นที่ไหน: 在 + สถานที่ วางก่อนกริยา

เมื่อต้องการบอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นที่ไหน กลุ่มคำที่มี มักวางก่อนกริยาหลัก

我在家吃饭。Wǒ zài jiā chīfàn.ฉันกินข้าวที่บ้าน
她在图书馆看书。Tā zài túshūguǎn kàn shū.เธออ่านหนังสือที่ห้องสมุด
我们在公司开会。Wǒmén zài gōngsī kāihuì.เราประชุมกันที่บริษัท

ภาษาไทยมักเรียงคำโดยพูดกริยาก่อนแล้วตามด้วยสถานที่ เช่น “กินข้าวที่บ้าน” หรือ “อ่านหนังสือที่ห้องสมุด” แต่ภาษาจีนมักบอกสถานที่ก่อน แล้วจึงบอกว่าทำอะไรที่นั่น:

在 + สถานที่ + การกระทำ

ดังนั้น ลำดับคำแบบต่อไปนี้จึงไม่เป็นธรรมชาติในภาษาจีน:

หลีกเลี่ยง ✗ 我学习中文在图书馆。
ลำดับที่เป็นธรรมชาติ✓ 我在图书馆学习中文。Wǒ zài túshūguǎn xuéxí Zhōngwén.ฉันเรียนภาษาจีนที่ห้องสมุด

เมื่อประโยคมีทั้งเวลาและสถานที่

ถ้าในประโยคมีทั้งเวลาและสถานที่ ลำดับที่พบบ่อยที่สุดคือ:

ประธาน + เวลา + สถานที่ + การกระทำ
我今天在家工作。Wǒ jīntiān zài jiā gōngzuò.วันนี้ฉันทำงานที่บ้าน
他晚上在宿舍学习中文。Tā wǎnshàng zài sùshè xuéxí Zhōngwén.ตอนเย็นเขาเรียนภาษาจีนที่หอพัก

วิธีจำง่าย ๆ คือค่อย ๆ สร้างประโยคตามลำดับนี้:

  1. ใคร?

  2. เมื่อไร?

  3. ที่ไหน?

  4. ทำอะไร?

การคิดแบบนี้มักจำง่ายกว่าการท่องสูตร เพราะช่วยให้เห็นตรรกะของลำดับคำในประโยคจริง

แต่ถ้าเป็น “จุดหมายปลายทาง” ลำดับจะต่างออกไป

มีข้อแตกต่างสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรรู้

คำบอกสถานที่ไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่เกิดการกระทำเสมอไป บางครั้งสถานที่นั้นคือ “จุดหมายปลายทาง” ที่คนกำลังจะไป

เวลาและสถานที่ควรวางตรงไหนในประโยคภาษาจีน?(图2)
สถานที่ที่เกิดการกระทำ    我在学校学习。Wǒ zài xuéxiào xuéxí.ฉันเรียนที่โรงเรียน

ในประโยคนี้ 学校 คือสถานที่ที่เกิดการกระทำ จึงใช้ 在学校 ก่อนกริยา 学习

เปรียบเทียบกับ
   สถานที่คือจุดหมายปลายทาง    我去学校学习。Wǒ qù xuéxiào xuéxí.ฉันไปโรงเรียนเพื่อเรียน

ในประโยคนี้ 学校 คือจุดหมายปลายทาง จึงวางหลังคำกริยา 去 จุดนี้ค่อนข้างคล้ายภาษาไทย เช่น “ไปโรงเรียน” ที่สถานที่ก็ตามหลังคำว่า “ไป”

去 + จุดหมายปลายทาง

หลักเดียวกันนี้ใช้กับกริยาบอกการเคลื่อนที่คำอื่น ๆ เช่น :

她下午来学校。Tā xiàwǔ lái xuéxiào.บ่ายนี้เธอจะมาโรงเรียน
我明天去北京。Wǒ míngtiān qù Běijīng.พรุ่งนี้ฉันจะไปปักกิ่ง
ลองถามตัวเองว่า สถานที่นี้คือจุดที่เกิดการกระทำ หรือเป็นจุดหมายที่กำลังจะไป?

ถ้าเป็นสถานที่ที่เกิดการกระทำ ให้ใช้ 在 + สถานที่ ก่อนกริยา

ถ้าเป็นจุดหมายปลายทาง ให้วางสถานที่หลังคำกริยาบอกการเคลื่อนที่

วิธีง่าย ๆ ในการเรียงคำให้ถูกลำดับ

เริ่มจากหากริยาหรือการกระทำหลักของประโยคก่อน

ตัวอย่าง:

看书อ่านหนังสือ

จากนั้นค่อยเติมข้อมูลอื่น ๆ รอบกริยาหลัก:

  1. ใคร?

  2. เมื่อไร? 明天

  3. ที่ไหน? 在图书馆

  4. ทำอะไร? 看书

เมื่อนำมารวมกันจะได้:

我明天在图书馆看书。Wǒ míngtiān zài túshūguǎn kàn shū.พรุ่งนี้ฉันจะอ่านหนังสือที่ห้องสมุด

วิธีนี้มีประโยชน์มากในข้อสอบที่คุณรู้ความหมายของทุกคำแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเรียงคำไหนก่อนหรือหลัง

ลองทำดู: เรียงคำให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง

ในแต่ละข้อ ให้หาประธานก่อน จากนั้นดูว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไร ที่ไหน และกริยาหลักคืออะไร

1
看书在图书馆明天
2
医院下午
3
在家今天吃饭我们
ดูเฉลย
1
我明天在图书馆看书。พรุ่งนี้ฉันจะอ่านหนังสือที่ห้องสมุด
2
她下午去医院。บ่ายนี้เธอจะไปโรงพยาบาล
3
今天我们在家吃饭。วันนี้พวกเรากินข้าวที่บ้าน

ในข้อ 2 医院 วางหลัง เพราะเป็นจุดหมายปลายทาง ส่วนอีกสองข้อ กลุ่มคำที่มี ใช้บอกสถานที่ที่เกิดการกระทำ

ทำไมเรื่องลำดับคำจึงสำคัญสำหรับ HSK

ในการทำข้อสอบ HSK การรู้ความหมายของคำศัพท์อย่างเดียวอาจยังไม่พอ คุณต้องมองให้ออกด้วยว่าเวลา สถานที่ และกริยาควรอยู่ตำแหน่งไหนในประโยค

จำหลักสำคัญสองข้อนี้ไว้:

ประธาน + เวลา + สถานที่ + กริยา + กรรม
去 หรือ 来 + จุดหมายปลายทาง

ยิ่งอ่านและฟังภาษาจีนมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งคุ้นกับลำดับคำเหล่านี้มากขึ้น จนไม่ต้องนึกถึงสูตรทุกครั้งที่สร้างประโยค

ขั้นต่อไป

ลองใช้โครงสร้างนี้ในข้อสอบจำลอง HSK แบบเต็มชุด

เมื่อเริ่มคุ้นกับโครงสร้างนี้แล้ว ลองฝึกมองหาลำดับคำในข้อสอบจำลอง HSK แบบเต็มชุดและจับเวลาจริง HSK Mock ใช้คำถามจากข้อสอบจริงที่ผ่านมา พร้อมเวลาสอบและเกณฑ์การให้คะแนนตามมาตรฐาน HSK คุณจึงได้ฝึกไวยากรณ์และลำดับคำในบริบทของข้อสอบทั้งชุด ไม่ใช่เฉพาะแบบฝึกหัดแยกส่วน

ทำข้อสอบจำลอง HSK